การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย <br> Thailand Excellent Coffee 2018 (TEC2018)

การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย
Thailand Excellent Coffee 2018 (TEC 2018)

1. วัตถุประสงค์

1.1 เพื่อค้นหาเมล็ดกาแฟไทยที่มีคุณภาพดี ตั้งแต่ต้นทางในการปลูกกาแฟ รวมถึงรสชาติของกาแฟ ตลอดจนได้เป็นเมล็ดกาแฟไทยเกรดพิเศษ

1.2 เพื่อรณรงค์และส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตกาแฟอย่างมีคุณภาพ เพื่อแสดงอัตลักษณ์กาแฟของไทย

1.3 เพื่อส่งเสริมเมล็ดกาแฟไทยให้มีการพัฒนา มาตรฐาน คุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของกาแฟไทยสู่สากล

2. คุณสมบัติส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวด

ผู้ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดจะต้องเป็นเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์/วิสาหกิจ ซึ่งได้มีกระบวนการแปรรูปด้วยตนเอง

3. คุณสมบัติของเมล็ดกาแฟที่ใช้ในการประกวด

3.1 เมล็ดกาแฟที่ส่งเข้าประกวด จะต้องเป็นสายพันธ์อะราปิกาที่ปลูกในประเทศไทยเท่านั้น ไม่จำกัดกระบวนการแปรรูป

3.2 เมล็ดกาแฟที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นสารกาแฟที่พร้อมสำหรับการคั่ว(ผ่านการคัดคุณภาพในเบื้องต้นและสีกาลาออกแล้ว)

4. กำหนดการส่งเข้าประกวด

4.1 วันเวลา : เปิดรับตัวอย่างเมล็ดกาแฟภายในวันที่ 15 - 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 9:00 - 16:00 น.

4.2 สถานที่ : โรงเก็บ โครงการหลวง แม่เหียะ จ.เชียงใหม่

หมายเหตุ : วัน-เวลา และสถานที่ที่กำหนดถือเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่จัดส่งภายในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว จะไม่มีสิทธิ์เข้าประกวด

5. ปริมาณเมล็ดกาแฟที่ใช้ในการประกวด

5.1 ผู้ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวด จะต้องจัดส่งปริมาณเมล็ดกาแฟ ขั้นต่ำที่ 80 กิโลกรัมต่อตัวอย่าง โดยบรรจุลงกระสอบให้เรียบร้อย

5.2 จำกัดการส่งตัวอย่างของเมล็ดกาแฟ 1 ตัวอย่าง ต่อ.1 กระบวนการแปรรูป

5.3 ผู้ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดสามารถส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดได้มากกว่า 1 กระบวรการแปรรูป

6. ขั้นตอนและหลักฐานการรับลสมัคร

6.1 การรับสมัครเข้าประกวด สามารถสมัครได้ด้วยตนเอง หรือให้ตัวแทน อาทิหน่วยงาน หรือประธานกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ผ่าน 3 ช่องทางการสมัคร ดังต่อไปนี้

6.1.1) กรอกข้อมูลผ่านเว็ปไซต์www.thaibarista.orgโดยจะต้องเตียมเอกสารหลักฐานในการสมัครให้ครบถ้วน อันได้แก่

(1) สำเนาบัตรประชาชนผู้ส่งเข้าประกวด พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

(2)สำเนาเอกสารยืนยันการประกอบอาชีพเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน เช่น การเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) จำนวน 1 ฉบับ

(3)รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 1 ใบ (ถ้ามี)

(4)เอกสารแสดงการรับทราบและยินยอมตามข้อกำหนดการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย (พร้อมลงนามของเกษตรกรผู้ส่งกาแฟเข้าประกวด)จำนวน 1 ฉบับ thaibarista.org

6.1.2)ส่งใบสมัคร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานในการสมัคร 4 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นให้ครบถ้วนมายังอีเมล contack@aseancoffeeconference.com

เกษตรกรสามารถติดต่อขอรับใบสมัครและเอกสารลงนามยินยอมตามข้อกำหนดของการประกวด ได้ที่หน่วยงานเกษตรต่างจังหวัด โดยเกษตรกรสามรถนำใบสมัครและ เอกสารหลักฐานการสมัครส่งให้ทางตัวแทนของตน หรือดาวโหลดจากเวปไซต์ หรือติดต่อ เพื่อให้จัดส่งเอกสารดังกล่าวทางอีเมลล์

6.1.3)ผู้ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดสามารถส่งใบสมัครและเอกสารหลักฐานในการสมัคร ณ วันที่ทำการจัดส่งเมล็ดกาแฟได้ที่โครงการหลวงแม่เหียะ ทั้งนี้เอกสารหลักฐานในการสมัครจะต้องครบถ้วน และถูกต้องทุกประการ

6.2 ผู้ส่งเมล็ดกาแฟสมารถดำเนินการสมัครผ่านทุกช่องทางได้ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 และดำเนินการจัดส่งเมล็ดกาแฟ ณ โครงการหลวงแม่เหียะภายในวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2561

6.3 สามารถติดต่อสอบถามลายละเอียดการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยเพิ่มเติมมายังอีเมลcontact@aseancoffeeconference.com และ ติดต่อประสานงานกองประกวดในวันและเวลาทำการดังต่อไปนี้

(1) จันทร์ประภา กาศโอสถ (ผู้จัดงาน) เบอร์ติดต่อ 02-229-3336

(2) ธิดารัตน์ ไชยบุบผา (ผู้จัดงาน) เบอร์ติดต่อ 02-229-3338

(3) ปิยนุช นาคะ (เลขานุการ) เบอร์ติดต่อ 081-907-6821

(4) เอกชัย อุ่นทรัพย์ (ผู้ประสานงานสมาคมบาริสต้าไทย) เบอร์ติดต่อ 098-881-9823

7. การบวนการพิจารณาคัดเลือก

8. เกณฑ์ละปริมาณกาแฟ ที่ถูกนำไปใช้ ในแต่ละขั้นตอน

8.1 เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดสำหรับการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ส่งเข้าประกวด มีดังนี้ ความชื้นของเมล็ดกาแฟดิบ (สารกาแฟ) ต้องไม่เกินร้อยละ 12.5 (ความชื้นต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 9)

8.1.1 ต้องไม่พบ Primary Defects

8.1.2 Secondary Defects ต้องไม่มากว่า 5 เมล็ดบกพร่อง (Full Defects)

8.1.3 เมล็ดกาแฟที่ได้รับ 1-10 จะต้องได้คะแนนรสชาติไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน Cupping Score

หมายเหตุ : เอกสารอ้างอิง SCAA Protocols และ มาตรฐานสินค้าเกษตรเมล็ดกาแฟอะราปิกา มกษ.5701-2552

8.2 หากตัวอย่างเมล็ดกาแฟใด พบหมอด จะทำการส่งคืนทันที และทางผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บตัวอย่างเมล็ดกาแฟดังกล่าวไว้จำนวน 200 กรัม เพื่อเป็นหลักฐาน

8.3 หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่า ตัวอย่างเมล็ดกาแฟใด คุณภาพไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ทางคณะผู้จัดจะทำการแจ้งผลและส่งคืนตัวอย่างเมล็ดกาแฟให้กับเกษตรภายใน 7 วัน (นับจากวันที่มีการประกวดเสร็จสิ้น)โดยจะทุกตัวอย่าง จะต้องถูกชักออกไปใช้เพื่อทำการทดสอบในขั้นตอนต่อๆไปเป็นจำนวน 10 กิโลกรัม

8.4 ตัวอย่างเมล็ดกาแฟที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพในขึ้นแรกเรียบร้อยนั้น ทางคณะผู้จัดจะเก็บตัวอย่างเมล็ดกาแฟดังกล่าวไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นการประกวดและทางคณะผู้จัดจะทำการส่งคืนให้เเกษตรกรภายใน 7 วัน (นับจากวันที่ประกวดเสร็จสิ้น) โดยจะทุกตัวอย่าง จะต้องถูกชักออกไปใช้เพื่อทำการทดสอบในขั้นตอนต่อๆไปเป็นจำนวน 10 กิโลกรัม

8.5 สำหรับเมล็ดกาแฟที่ผ่านเข้ารอบ และชนะรางวัล 1-10 กองประกวดขอดำเนินการกับปริมาณเมล็ดกาแฟที่เก็บไว้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

8.5.1 ใช้ในการแข่งขัน ACDI 2018 Brewer Cup และ ACDI 2018 Latte Art Champoinship ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในงาน 1st ASEAN Coffee lndustry Development Conferenec 2018 (ACID 2018) ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 22-25 พฤศจิกายน 2561 จังหวัดเชียงใหม่

8.5.2 ใช้จัดทำเป็นของที่ละลึกสำหรับสื่อมวลชน และ VIP

8.5.3 ใช้ในการประชาสัมพันธ์ตามงานกาแฟต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทางกองประกวดจะจัดทำนามบัตรเกาตรกรให้โดยใส่ลายระเอียดเกษตรกร รายละเอียดกาแฟ ข้อมูลการติดต่อโดยตรงถึงเกษตรกร พร้อมทั้งแนบตัวอย่างเมล็ดกาแฟ

ทั้งนี้รายละเอียด ปริมาณการจัดเก็บ (หักออกจากปริมาณที่เก็บไว้ที่ 70 กิโลกรัม หลังจากชักตัวอย่าง) มีดังนี้

8.6 สำหรับเมล็ดกาแฟที่ผ่านการพิจารณาจนถึงขั้นตอน cupping แต่มิได้มีคะแนนสูงสุดอยู่ในอันดับที่ 1-10 และลำดับสำรอง (กรณีไม่มีผู้ชนะเลิศอันดับ 1-3 แต่ผ่านเกณฑ์เทียบเท่า 4-10 จะเพิ่มจำนวนให้ครบ 10 รางวัล) กองประกวดจะแจ้งให้ท่านสามารถรับคืนเมล็ดกาแฟที่เก็บไว้เพื่อการประกวด (ปริมาณ 70 กิโลกรัม)

9. รางวัลการประกวด และเกณฑ์พิจารณาผู้ชนะรางวัล

9.1 รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล รวม 1 รางวัล

  • ได้รับโล่รางวัล ใบประกาศ และ เงินรางวัล 40,000 บาท
  • คุณสมบัติ : เมล็ดกาแฟที่ชนะอันดับ 1 ต้องเป็นรายที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการแข่งขัน และคะแนน Cupping Scores ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป
  • 9.2 รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 จำนวนอันดับที่ 1 รางวัล รวม 2 รางวัล

  • ได้รับโล่รางวัลใบประกาศ และเงินรางวัล 30,000 บาท และ 20,000 บาท ตามอันดับ
  • คุณสมบัติ : เมล็ดกาแฟที่ชนะอันดับ 2 และ 3 ต้องเป็นผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด รองลงไปตามลำดับ จากคะแนนอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ และคะแนน Cupping Scoresตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป
  • 9.3 รางวัลชนะเลิศ 4-10 จำนวน 1รางวัล รวม 6 รางวัล

  • ได้รับใบประกาศ และเงินรางวัล 10,000 บาท ทุกอันดับ
  • คุณสมบัติ : เมล็ดกาแฟที่ชนะอันดับ 4 ถึงอันดับ 10 ต้องเป็นรายที่ได้รับคะแนนได้สูงสุดรองจากอันดับ 2 และ 3 ลดหลั่นไปตามลำดับ จนครบจำนวน และคะแนน Cupping Scores ตั้งแต่ 80 คำแนนขึ้นไป
  • หมายเหตุ : หากไม่มีผู้ชนะรางวัลในอันดับ 1, อันดับ 2, และ อันดับ 3 รางวัลชนะเลิศอันดับ 4-10 จะเพิ่มจำนวนรางวัลไปจนครบจำนวนรวมทั้งสิ้น 10 รางวัล ภายใต้เกณฑ์คะแนนที่กำหนด


         ข้าพเจ้าได้รับทราบข้อกำหนดการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยข้างต้นแล้ว ข้าพเจ้ายินยอมปฏิบัติตาม ข้อกำหนดข้างต้นทุกข้อและขอยืนยันว่าเอกสารใดๆที่แนบมาเพื่อเป็นหลักฐานในการสมัครเป็นความจริงทุกประการ